9 มีนาคม 2562 ชัยภูมิเตรียมเร่งรับมือภัยแล้ง 3 เขื่อนใหญ่อีสานจ่อวิกฤติ

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/68685

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ร่วมกับผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพรมเชิญ พร้อมหัวหน้าส่วนชลประทานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการ์ภัยแล้งในปีนี้ที่เริ่มมาเร็วกว่าทุกปี โดยมีการเรียกประชุมหารือด่วน ณ สำนักงานโครงการชลประทานจังหวัดชัยภูมิ ก่อนนำคณะลงดูพื้นที่แหล่งเบกักน้ำต่างๆในจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเร่งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปีนี้ โดยผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่6 เปิดเผยว่าในปีนี้สถานการณ์แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมดในภาพรวมที่สำนักงานชลประทานที่6 รับผิดชอบในเขต 5 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ทั้งที่จังหวัดชัยภูมิ ,ขอนแก่น,มหาสารคาม,กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ล่าสุดสถานการณ์น้ำที่มีในเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่งทั้งที่จังหวัดชัยภูมิ ที่เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ฯ ที่จังหวัดขอนแก่น และเขื่อนลำปาว ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหลือเพียงไม่เกินร้อยละ 20-30  ซึ่งในช่วงหน้าแล้งปีนี้จะเหลือน้ำใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 5 เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมจากฝนตกเข้าเขื่อนในปีที่ผ่านมาน้อยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมากว่าเท่าตัว และโดยภาพรวมทั้ง 5 จังหวัด จะทำให้การรับมือปัญหาภัยแล้งปีนี้ผ่านไปได้ที่จะยังพอช่วยในเรื่องการประปาไม่กระทบต่อการขาดน้ำอุปโภคบริโภคในเขตที่มีระบบชลประทานไหลผ่านไปได้ แต่ในส่วนนอกพื้นที่ชลประทานไหลผ่านยังเข้าไปไม่ถึง ซึ่งอยากให้ประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทานดังกล่าวช่วยกันตระหนักในการใช้น้ำอย่างประหยัดช่วยกันให้มากขึ้น เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบการประปา ผ่านไปได้ในปีนี้ ที่ทางชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งการประปา จะได้เร่งหารือกันเพื่อหาแนวทางที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในจุดที่ไม่มีระบบชลประทานผ่าน ที่มักจะเกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาต่อเนื่องทุกปี และปีนี้คาดว่าอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าทุกปี หากมีการปลูกข้าวนาปรังนอกพื้นที่เขตชลประทานกันจำนวนมาก ที่ต่อไปอาจจะกระทบต่อการขาดต้นทุนน้ำดิบที่จะเหลือมาช่วยผลิตประปาได้ ขณะที่ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่จ.ชัยภูมิ สถานการณ์ภัยแล้งแหล่งเก็บกักน้ำที่มีทั้งหมดในขณะนี้ โดยภาพรวมเหลือเก็บกักประมาณร้อยละ 50 ของความจุ ที่ยังพอเหลือไว้ช่วยรับสถานการณ์ภัยแล้งในเขตชลประทานชัยภูมิ และระบบการจ่ายน้ำประปาได้ แต่ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดความรุนแรง ในจุดนอกเขตชลประทาน หลังที่ได้แจ้งของความร่วมมือไปยังทุกพื้นที่ ประสานผู้นำชุมชนไปแล้ว ในการขอความร่วมมือช่วยกันลดพื้นที่การทำนาปรัง และพืชใช้น้ำมาก ในช่วงนี้ที่จะมีต้นทุนน้ำไม่เพียงพออยู่แล้ว และล่าสุดในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิพบว่าในจุดนอกเขตชลประทานในขณะนี้มีการปลูกข้าวนาปรัง เป็นจำนวนมาก กว่า 50,000 ไร่ แล้วในจุดนี้ ซึ่งบางส่วนจะทำให้ไม่มีต้นทุนน้ำเข้าไปช่วยเสริมได้เพียงพอ และอาจจะเกิดปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำเข้าไปช่วยผลิตประปา หมู่บ้าน เสี่ยงที่จะทำให้เกิดขาดแคลนน้ำดิบผลิตประปาตามมาอีกจำนวนมากได้ จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดในจุดนอกเขตที่ระบบชลประทานไปไม่ถึงให้มากขึ้นกว่าทุกปีด้วย ที่จะเป็นการช่วยกันผ่าวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการประปา ให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้มีน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อไม่ให้ขาดแคลนให้ผ่านภัยแล้งปีนี้ร่วมกันไปให้ได้